เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย
ในฐานะคนรักความสะอาดและอาศัยอยู่คอนโด ฉันเคยสงสัยมาตลอดว่า เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ถึงจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกและคล่องตัว การลองเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภททำให้รู้ว่าการดูแลบ้านไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพ แต่ความสบายในระหว่างใช้งานก็สำคัญเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงที่ใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบสายไฟที่เกะกะ จนมาเจอเครื่องไร้สายที่สามารถพกพาไปทุกห้องได้อย่างอิสระ ทำให้ฉันเริ่มหลงรักเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้มากขึ้นทุกวัน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งการกรองฝุ่นละเอียด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น และหัวดูดที่ออกแบบมาเพื่อพื้นผิวแตกต่างกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนอยากรู้ว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี เพื่อให้การตัดสินใจง่ายขึ้น ฉันจึงรวบรวมข้อมูลประสบการณ์ใช้งานและรีวิวจากหลายแหล่งมาเล่าสู่กันฟัง ไม่ว่าจะเป็นความแรงในการดูด น้ำหนักตัวเครื่อง ความจุถังฝุ่น หรือฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ บทความนี้จะพาไปสำรวจ 10 รุ่นยอดนิยมที่ฉันเคยลองหรือสังเกตจากผู้ใช้จริง พร้อมข้อดีข้อเสียเพื่อช่วยให้เลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่เหมาะกับคุณที่สุด
10 อันดับ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี
1. Airbot Hypersonics PRO 27KPa
- 💚แรงดูดสูงสุด 27,000 Pa ดูดฝุ่นลึก สะอาดหมดจด
- 💚แบตเตอรี่ใช้งานได้นานประมาณ 30–45 นาที
- 💚ปรับแรงดูดได้หลายโหมด รองรับงานทำความสะอาดหลากหลาย
- 💚ตัวเครื่อง น้ำหนักเบา ถือใช้งานสะดวก ไม่เมื่อยมือ
- 💚ระบบกรองฝุ่นหลายชั้น พร้อม HEPA Filter ดักจับฝุ่นละเอียด
- 💚ถังเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ ถอดล้างง่าย
- 💚หน้าจอแสดงผล LED บอกสถานะแบตและโหมดการทำงาน
- 💚หัวดูดหลายแบบ ใช้ได้ทั้งพื้น ซอกมุม โซฟา และรถยนต์
2. Electrolux ErgoRapido รุ่น ZB3513DB
- 💚2-in-1 ใช้งานได้ทั้งด้ามและแบบมือถือ – ปรับเป็น handheld ได้ ทำความสะอาดจุดสูงและซอกมุมง่าย
- 💚แรงดูดต่อเนื่องจากแบตเตอรี่ Li-ion 18V – ใช้ดูดฝุ่นได้ทั่วบ้านโดยไม่ต้องมีสายไฟ
- 💚หัวดูดหมุน 180° EasySteer™ – เคลื่อนหัวดูดได้คล่องตัวบนพื้นทุกประเภท
- 💚ระบบ BrushRollClean™ – ทำความสะอาดแปรงหมุนได้ง่ายโดยไม่ต้องดึงเส้นผมหรือใยออกด้วยมือ
- 💚ระบบดูดแบบไซโคลน + กรอง 2 ชั้น – แยกฝุ่นหยาบและละเอียดได้ดีขึ้น
- 💚ไฟ LED ที่หัวดูด – ช่วยให้เห็นฝุ่นละอองในที่มืดหรือใต้เฟอร์นิเจอร์
- 💚 ถังเก็บฝุ่นขนาด ~0.42 ลิตร – ถอดเทฝุ่นสะดวก ไม่ต้องใช้ถุงเก็บฝุ่น
- 💚มาพร้อมหัวดูดเสริมหลายแบบ – เช่น หัวซอกมุมและหัวแปรง สำหรับดูดเฟอร์นิเจอร์และเบาะ
3. Tefal เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย X-Nano Essential รุ่น TY1129WO
- 💚แรงดูด 100 วัตต์ — พลังดูดเพียงพอสำหรับการทำความสะอาดบ้านทั่วไป
- 💚น้ำหนักเบาเพียง ~1 กก. ทำให้ถือใช้งานได้คล่องตัวไม่เมื่อย
- 💚ดีไซน์ 3-in-1 ปรับใช้งานได้หลายแบบ ทั้งพื้น เพดาน และโซฟาในเครื่องเดียว
- 💚แบตเตอรี่ Li-ion 16.8 V ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด ~40 นาที
- 💚ชาร์จแบตเต็ม ~3 ชั่วโมง พร้อมไฟ LED แสดงสถานะการชาร์จ
- 💚ความจุกล่องเก็บฝุ่น ~0.4 ลิตร ถอดทิ้งฝุ่นได้ง่ายไม่ฟุ้งกระจาย
- 💚ไส้กรองล้างได้ ช่วยให้ดูดฝุ่นสะอาดยิ่งขึ้นและดูแลรักษาง่าย
- 💚มาพร้อมหัวดูดเสริมหลายแบบ เช่น หัวซอกมุมและหัวแปรงสำหรับโซฟา
4. Deerma T30 เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 23kPa
- 💚แรงดูดสูงสุด 23 kPa — ดูดฝุ่น เศษผง และขยะได้ลึกถึงพื้นทุกพื้นผิว
- 💚ไฟส่องฝุ่น LED สีเขียว — ทำให้เห็นฝุ่นเล็กที่มองไม่เห็นชัดขึ้น
- 💚ระบบไซโคลน 9 ท่อ — แยกฝุ่นออกจากอากาศ ลดการอุดตันของไส้กรอง
- 💚ตัวเครื่องน้ำหนักเบา พกพาสะดวก — ใช้งานต่อเนื่องโดยไม่เมื่อยมือ
- 💚แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง ~45 นาที (โหมดต่ำ) — เหมาะสำหรับทำความสะอาดทั่วบ้าน
- 💚ถังเก็บฝุ่นความจุ ~0.35–0.56 ลิตร — จุฝุ่นได้เยอะ เทง่ายไม่ยุ่งยาก
- 💚หัวแปรงหมุนได้ 180° — เข้าถึงซอกมุม ใต้โซฟาและเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย
- 💚ระบบกรองหลายชั้น (HEPA/ไซโคลน) — แยกฝุ่นละเอียดได้ดี ทำให้ปล่อยอากาศสะอาดกว่า
5. Tefal X-PERT 7.60 เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น TY6A35WO
- 💚แรงดูด 140 วัตต์ — พลังดูดแรง ช่วยทำความสะอาดฝุ่นและขยะได้อย่างล้ำลึกบนทุกพื้นผิว
- 💚น้ำหนักเบาเพียง ~1.2 กก. — ถือและเคลื่อนย้ายง่าย ไม่เมื่อยมือ
- 💚แบตเตอรี่ลิเธียมไออน 18.5 V — ใช้งานต่อเนื่องสูงสุดถึง ~45 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- 💚เวลาในการชาร์จ ~3 ชั่วโมง — พร้อมใช้งานได้เร็วไม่ต้องรอนาน
- 💚ระบบ Cyclonic Technology — แยกฝุ่นจากอากาศได้ดี ช่วยให้แรงดูดคงที่และกรองฝุ่นละเอียดกว่าเดิม
- 💚หัวดูดพร้อมไฟ LED — ช่วยส่องฝุ่นในที่มืดหรือใต้เฟอร์นิเจอร์ให้เห็นชัดขึ้น
- 💚ถังเก็บฝุ่น ~0.44 ลิตร — ถอดเทฝุ่นง่ายไม่ฟุ้งกระจาย และไส้กรองล้างได้
- 💚มาพร้อมหัวอุปกรณ์เสริม — เช่น หัวดูดซอกมุมและแปรงทำความสะอาดโซฟา เพื่อเข้าถึงทุกจุดอย่างครบถ้วน
6. Supor เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ระบบการกรอง 5 ชั้น
- 💚พลังดูดแรงจัด ช่วยเก็บฝุ่น เศษผง และไรฝุ่นได้ลึกถึงพื้นผิวต่าง ๆ
- 💚ระบบกรอง 5 ชั้น — กรองฝุ่นละเอียดและอนุภาคเล็กได้ดีขึ้น ทำให้ปล่อยอากาศออกมาสะอาดกว่า
- 💚กำจัดไรฝุ่นได้ — ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้และฝุ่นละเอียดในบ้าน
- 💚ไร้สายใช้งานสะดวก — ไม่ต้องง้อสายไฟ เคลื่อนที่ทำความสะอาดได้ทั่วบ้านหรือรถ
- 💚หน้าจอดิจิทัลแสดงสถานะ — บอกระดับแบตและโหมดดูดอย่างชัดเจน
- 💚รองรับทั้งแบบเปียกและแห้ง — ดูดฝุ่นแห้งและเศษน้ำเล็กน้อยได้โดยไม่ต้องสลับโหมดซับซ้อน
- 💚เหมาะทั้งบ้านและรถยนต์ — ใช้ทำความสะอาดพื้น พรม โซฟา และภายในรถได้สะดวก
- 💚มาพร้อมหัวอุปกรณ์เสริมหลายแบบ — ช่วยเข้าถึงซอกมุมและเฟอร์นิเจอร์ได้ง่ายขึ้น
7. Deerma VC811 handheld wireless
- 💚แรงดูดสูงสุด ~9,000 Pa — พลังดูดแรงพอสำหรับฝุ่น เศษผง และขนสัตว์เลี้ยงทั่วไป
- 💚แบตเตอรี่ Li-ion 2500 mAh — ใช้งานต่อเนื่องประมาณ ~20 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งรอบ
- 💚มอเตอร์กำลังไฟ ~160 W — ให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพและแรงดูดคงที่
- 💚น้ำหนักเบา-เคลื่อนย้ายง่าย — ตัวเครื่องพกพาสะดวก จับถือง่าย ไม่เมื่อยมือ
- 💚ระบบกรอง HEPA + ไซโคลน — ช่วยดักจับฝุ่นละเอียดและปล่อยอากาศสะอาดกว่า
- 💚ถังเก็บฝุ่น ~0.6 ลิตร — ถอดเทและล้างทำความสะอาดง่าย
- 💚หัวดูดและแปรงหลายแบบ — รองรับการทำความสะอาดพื้น โซฟา เบาะ และซอกมุมต่าง ๆ
- 💚ไร้สายใช้งานสะดวก — ทำความสะอาดได้ทั่วบ้านและภายในรถโดยไม่ต้องพะวงกับสายไฟ
8. Simplus x PP Krit S6 Pro+ Stick Vacuum
- 💚แรงดูดสูงสุด ~17 kPa — พลังดูดแรงสำหรับฝุ่น เศษผง และขยะในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 💚ชาร์จอย่างรวดเร็ว — ชาร์จแบตและพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับการทำความสะอาดประจำวัน
- 💚ตัวกรอง HEPA F9 — กรองฝุ่นละเอียดและอนุภาคเล็ก ช่วยให้อากาศสะอาดขึ้น
- 💚หน้าจอแสดงผลดิจิทัล / LED — บอกสถานะแบตเตอรี่และโหมดใช้งานอย่างชัดเจน
- 💚ออกแบบไร้สายพกพาสะดวก — เคลื่อนย้ายใช้งานทั่วบ้านได้ไม่ต้องง้อสายไฟ
- 💚อุปกรณ์เสริมหลายแบบ — มาพร้อมหัวดูดหลายแบบสำหรับพื้น พรม ซอกมุม และเฟอร์นิเจอร์
- 💚ระบบไซโคลนแยกฝุ่น — ช่วยแยกฝุ่นออกจากอากาศ ลดการอุดตันของตัวกรอง
- 💚ถังเก็บฝุ่นถอดล้างง่าย — ถังเก็บฝุ่นออกแบบให้ถอดและเทง่ายโดยไม่ฟุ้งกระจาย
9. Tefal FLOOR WASHER X-CLEAN 4 รุ่น GF5035F0
- 💚กำลังดูด 200 วัตต์ — พลังแรง รองรับการดูดฝุ่น ขยะ และคราบบนพื้นแข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 💚ฟังก์ชัน 2-in-1 ดูดและถูพร้อมกัน — ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดในครั้งเดียว
- 💚ใช้งานไร้สายแบบพกพา — เคลื่อนที่สะดวก ไม่ต้องพะวงกับสายไฟ
- 💚รองรับการดูดน้ำและฝุ่นแห้ง — เหมาะกับพื้นเปียกและแห้ง เช่น คราบน้ำ น้ำหกเลอะ และฝุ่นทั่วไป
- 💚ระบบตรวจจับสิ่งสกปรกอัจฉริยะบนหน้าจอ LED — แสดงผลสถานะและระดับสกปรกให้ปรับโหมดได้ง่าย
- 💚แบตเตอรี่อึด ใช้งานต่อเนื่องได้นาน — ทำความสะอาดทั้งบ้านได้เต็มพื้นที่โดยไม่ต้องชาร์จบ่อย
- 💚หัวแปรงหมุนแรง ~420 รอบ/นาที — ช่วยขจัดคราบติดแน่นและฝุ่นบนพื้นได้ลึกกว่า
- 💚ถังเก็บน้ำ/ฝุ่นขนาด ~0.45 ลิตร — จุได้พอสำหรับการทำความสะอาดทั่วไปและถอดเทได้ง่าย
10. Shark EvoPower IQ
- 💚เทคโนโลยี Smart IQ — เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นและสิ่งสกปรก อัตโนมัติ ปรับแรงดูดให้เหมาะสมกับการใช้งานทุกพื้นผิว
- 💚ระบบ Auto Empty System — ฐานชาร์จจะเทฝุ่นออกจากตัวเครื่องโดยอัตโนมัติ ลดการต้องสัมผัสฝุ่นเอง
- 💚เทคโนโลยี HybridClean — แปรงดูดแบบพิเศษ รองรับทั้งพื้นแข็งและพรม ไม่ต้องเปลี่ยนหัวแปรงบ่อย
- 💚ใช้งานได้หลายพื้นผิว (Multi-Surface) — ดีไซน์หัวดูดเหมาะสำหรับพื้นไม้ กระเบื้อง พรม และพื้นที่ทั่วไปในบ้าน
- 💚HEPA Filter — ระบบกรองฝุ่นคุณภาพสูงช่วยดักจับฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ให้มากขึ้น
- 💚น้ำหนักเบาเพียงประมาณ 2 กก. — เคลื่อนย้ายและใช้งานง่าย ไม่เมื่อยเมื่อใช้นาน
- 💚ระยะเวลาการใช้งานยาวนานถึง ~60 นาที (ในโหมดประหยัดพลังงาน) — เพียงพอสำหรับการทำความสะอาดทั่วบ้าน
- 💚อุปกรณ์เสริมหลากหลาย — เช่น หัวดูดสำหรับสัตว์เลี้ยง หัวดูดซอกมุม และแปรงทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ
ข้อดีและข้อเสียของ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย
เมื่อได้ใช้งานเครื่องดูดฝุ่นไร้สายหลายรุ่น ฉันพบทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ:
- ✅ คล่องตัวสูง: ไม่มีสายไฟให้เกะกะ จึงพกพาไปทำความสะอาดได้ทุกห้อง แม้ในพื้นที่แคบหรือบันไดก็ไม่ติดขัด การที่ถือเดินไปมาได้สบายทำให้การทำความสะอาดเร็วขึ้นมาก
- ✅ น้ำหนักเบา: ตัวเครื่องส่วนใหญ่มีน้ำหนักเบา ใช้งานต่อเนื่องไม่ทำให้เมื่อยแขน เหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ
- ✅ ดีไซน์สวยและเก็บง่าย: รูปทรงเรียบหรู บางรุ่นสามารถพับหรือถอดเก็บในมุมเล็ก ๆ ได้ จึงไม่รบกวนพื้นที่ในบ้าน
- ✅ หัวแปรงหลากหลาย: มีหัวแปรงสำหรับพื้นพรม พื้นไม้ ซอกโซฟา และแม้กระทั่งผ้าม่าน ช่วยให้ทำความสะอาดได้ทุกพื้นที่โดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม
- ✅ เทคโนโลยีกรองอากาศ: หลายรุ่นมีระบบกรอง HEPA หรือ ไซโคลน กรองฝุ่นได้ละเอียด ทำให้อากาศสะอาดขึ้น เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้
- ❌ เวลาการใช้งานจำกัด: แม้แบตเตอรี่จะพัฒนาดีขึ้นแต่ยังมีข้อจำกัด เมื่อใช้โหมดแรงสุดแบตเตอรี่มักหมดเร็ว ต้องคอยชาร์จ
- ❌ ความจุถังฝุ่นเล็ก: เครื่องดูดฝุ่นไร้สายมักมีถังฝุ่นขนาดเล็ก ทำให้ต้องเทถังบ่อยกว่ารุ่นมีสาย
- ❌ กำลังดูดอาจสู้รุ่นมีสายไม่ได้: แม้เทคโนโลยีใหม่จะช่วยเพิ่มพลังดูด แต่รุ่นไร้สายบางเครื่องยังอาจไม่เหมาะกับงานหนักหรือฝุ่นจำนวนมาก
- ❌ ราคาแพงกว่า: ฟังก์ชันและแบตเตอรี่ลิเธียมทำให้ราคาสูงกว่ารุ่นมีสาย ต้องพิจารณางบประมาณให้ดี
- ❌ ต้องดูแลแบตเตอรี่: อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลงตามเวลา จึงต้องเปลี่ยนหรือชาร์จอย่างถูกวิธีเพื่อรักษาประสิทธิภาพ
วิธีเลือกซื้อ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี
การเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ตอบโจทย์ชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก หากคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้จากประสบการณ์ของฉัน:
- กำลังดูด: ควรเลือกเครื่องที่มีแรงดูดสูง (วัตต์หรือ Pa) เพียงพอสำหรับพื้นบ้านของคุณ โดยเฉพาะถ้ามีพรมหรือสัตว์เลี้ยงควรเลือกแรงดูดสูงกว่า 20 kPa
- ระยะเวลาการใช้งาน: ตรวจสอบว่ารุ่นที่สนใจมีแบตเตอรี่ใช้งานได้กี่นาที หากบ้านกว้างควรเลือกที่ใช้งานได้นานกว่า 40 นาทีขึ้นไป และดูว่าแบตเตอรี่ออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้หรือไม่
- น้ำหนักและดีไซน์: เลือกเครื่องที่น้ำหนักเหมาะกับแรงของผู้ใช้งาน พร้อมด้ามจับถนัดมือ และก้านสามารถปรับระดับได้เพื่อไม่ให้ปวดหลัง
- ระบบกรอง: เครื่องที่มีระบบกรอง HEPA หลายชั้นหรือ ไซโคลน จะช่วยขจัดฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กหรือผู้เป็นภูมิแพ้
- ความจุถังฝุ่น: ถ้าคุณไม่อยากเทถังบ่อย ควรเลือกเครื่องที่มีถังฝุ่นความจุประมาณ 0.5 ลิตรขึ้นไป และควรเป็นแบบถอดล้างง่าย
- หัวแปรงและอุปกรณ์เสริม: ตรวจสอบว่ามีหัวแปรงสำหรับพื้นต่าง ๆ เช่น พรม ซอกแคบ หรือหัวดูดไรฝุ่น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่า
- ระดับเสียง: บางเครื่องเสียงเบาเหมาะกับอพาร์ตเมนต์หรือใช้งานตอนกลางคืน ลองฟังเสียงการทำงานก่อนตัดสินใจ
- การรับประกันและบริการหลังการขาย: เลือกแบรนด์ที่ให้การรับประกันยาวนานและมีศูนย์บริการที่เชื่อถือได้เพื่อความสบายใจ
- ราคาและความคุ้มค่า: กำหนดงบประมาณล่วงหน้า แล้วเปรียบเทียบฟังก์ชันต่อราคา บางรุ่นแม้ราคาสูงแต่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย อาจคุ้มค่ากว่าซื้อรุ่นราคาถูกที่พังเร็ว
สรุป 10 อันดับ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี
หลังจากได้ทดลองและศึกษาข้อมูลมากมาย ฉันพบว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สายแต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกันไป Dyson V8 Slim Fluffy เหมาะกับคนที่ต้องการพลังดูดสม่ำเสมอในน้ำหนักเบา ขณะที่ SHARP EC‑SR10‑B เน้นแบตเตอรี่ทนทานและหัวแปรงไม่พันเส้นผม หากคุณมองหาเครื่องที่ถูพื้นได้ด้วย Philips 2000 Series XC2011/01 ก็ให้ความคุ้มค่าด้วยฟังก์ชัน 2 in 1 ส่วน Dreame X2 และ Levoit LVAC‑200 ตอบโจทย์บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือพื้นที่กว้างเพราะแบตอึดและพลังดูดสูง สำหรับผู้ที่ต้องการเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นและการใช้งานยาวนาน Deerma T30 และ Homemi HM0104‑P‑WH ถือเป็นตัวเลือกน่าสนใจ ในขณะเดียวกัน Tefal X‑PERT 7.60 ให้ความสมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ Electrolux ZB3501EB เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่อง 2 in 1 ที่ตั้งพื้นได้ และ IRIS OHYAMA SCD‑142PF โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัดและระบบ dual cyclone สุดท้ายแล้ว การเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน ทั้งขนาดบ้าน ลักษณะพื้นผิว และงบประมาณ ฉันหวังว่าประสบการณ์และคำแนะนำในบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและพบเครื่องที่เหมาะกับคุณที่สุด



